ข่าวพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช ฉบับที่ 1/66

โรคใบร่วงยางพารา

เตือนเกษตรกรชาวสวนยางพารา ในช่วงนี้สภาพแวดล้อมมีความชื้นสูงมีความเหมาะสมที่จะเกิดการระบาดของโรคใบร่วงยางพารา โดยเฉพาะโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ เกษตรกรภาคตะวันออก ระวังการระบาดของโรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่ โดยส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากการเข้าทำลายของเชื้อรา Pestalotiopsis sp. และ Colletotrichum sp. ใบยางพารา 1 ใบสามารถพบเชื้อราได้มากกว่า ๑ ชนิดเข้าทำลายร่วมกันได้ ในปัจจุบันพบพื้นที่ระบาดในหลายจังหวัดของภาคใต้ และภาคตะวันออก ดังนั้นศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดชลบุรีจึงขอเตือนเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในเขตภาคตะวันออก หมั่นสังเกตอาการ หากพบต้นยางพาราแสดงอาการใบร่วงมากกว่าปกติ และมีอาการของโรค ให้รีบขอคำแนะนำ จากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อร่วมกันหาทางควบคุมและป้องกันกำจัด ก่อนเกิดการระบาดรุนแรง

เชื้อสาเหตุ  เชื้อรา Pestalotiopsis sp. หรือ Colletotrichum sp.

ลักษณะอาการ   อาการเริ่มแรกใต้ใบมีลักษณะรอยช้ำค่อนข้างกลม ผิวใบด้านบนตรงบริเวณเดียวกันมีลักษณะเป็นวง ค่อนข้างกลมสีเหลือง ต่อมาเนื้อเยื่อบริเวณนี้เป็นแผลตายแห้งเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขอบแผลดำ และเปลี่ยนเป็น เนื้อเยื่อแห้งสีสนิมซีด รอบแผลไม่เป็นสีเหลือง รูปร่างแผลค่อนข้างกลม ขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลาง มากกว่า 0.5 เซนติเมตร จำนวนจุดแผลบนแผ่นใบมีมากกว่า 1 แผล อาจเจริญลุกลามซ้อนกันเป็นแผล ขนาดใหญ่ จากนั้นใบจะเหลืองและร่วงในที่สุด อาการของโรคจะรุนแรงและใบร่วงมากหลังมีฝนตกหนัก ติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน ต้นยางอายุมากขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบที่่รุนแรงกว่าต้นยางอายุน้อย ขนาดเล็ก อาการใบร่วงมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตน้ำยาง หากใบร่วงมากอาจทำให้ ผลผลิตลดลงร้อยละ 30 – 50

การแพร่ระบาดของเชื้อ
การแพร่ระบาดของโรคมักเกิดช่วงที่มีความชื้นสูงในระยะใบแก่ และพันธุ์ยางทุกพันธุ์อ่อนแอต่อการ เกิดโรค เชื้อสาเหตุสามารถแพร่กระจายโดยลม ฝน การเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์หรือวัสดุปลูกในแปลงที่เกิดโรค

การป้องกันกำจัด
1. หมั่นสำรวจแปลงยางพาราอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกชุก หากพบต้นยางพารา มีทรงพุ่มไม่สดชื่น ใบร่วง ให้ตรวจสอบอาการของโรคบนใบ
2. หลีกเลี่ยงการนำกล้ายางพาราหรือวัสดุปลูกจากแหล่งที่พบการระบาดเข้าพื้นที่
3. กำจัดใบยางพาราที่เกิดโรคหรือวัชพืช ซึ่งอาจเป็นแหล่งสะสมหรือพืชอาศัยของเชื้อสาเหตุโรค
4. ใช้ระบบกรีดยางตามคำแนะนำของการยางแห่งประเทศไทย
5. บำรุงและเสริมสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้ต้นยางพารา เช่น การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน และใส่ให้เหมาะสมกับระยะการเจริญเติบโตของยางพาราตามคำแนะนำของการยางแห่งประเทศไทย
6. ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาเพื่อกำจัดและควบคุมเชื้อราสาเหตุที่ยังคงมีชีวิตอยู่บนใบยางพารา ที่ร่วงหล่นบริเวณพื้น โดยใช้อัตรา เชื้อสด 1 กิโลกรัมผสม รำละเอียด 4 กิโลกรัม และปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ 100 กิโลกรัมจากนั้น หว่านให้ทั่ว หรือใช้เชื้อสด 1 กิโลกรัมผสมน้ำ 200 ลิตร พ่นทุก 3 เดือน ทั้งนี้ ควรหว่านหรือพ่นให้เชื้อราไตรโคเดอร์มาครอบคลุมบนใบยางพาราที่ร่วงหล่นทั่วทั้งสวน
7. พ่นสารเคมีกำจัดโรคพืชที่มีประสิทธิภาพตามคำแนะนำของการยางแห่งประเทศไทย ชนิดใด ชนิดหนึ่ง เช่น
1) difenoconazole + propiconazole 15%+15% EC อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร
2) propinap หรือ mancozeb หรือ chlorothalonil อัตราผสม 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
3) hexaconazole (5% a.i.) อัตราผสม 30-40 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร
4) propiconazole (25% a.i.) อัตราผสม 10-15 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นพุ่มใบยางจากใต้ทรงพุ่มอัตรา 100 ลิตรต่อไร่ ควรเริ่มพ่นเมื่อยางพาราแตกใบใหม่หลังฤดูกาล ผลัดใบปกติและใบอยู่ในระยะเพสลาด

ที่มาข้อมูล: สถาบันวิจัยยาง การยางแห่งประเทศไทย กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร
ที่มาภาพ : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดชลบุรี สำนักงานเกษตรอำเภอบ่อไร่ จ.ตราด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *